เกาะนามิ
เกาะนามิซัม (Namiseom) หรือนามิโด (Namido Island) ตั้งอยู่ในเมืองชุนซอน จังหวัดคังวอน ประเทศเกาหลี
อุทยานโซรัคซาน
เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยอาณาจักร ชิลล่า ระพุทธรูปปางสมาธิขนาดใหญ่ อายุกว่า 1000 ปี
  ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ
From Bangkok (R/T)
Special
Economy class
SEOUL, KOREA 7,700
HONG KONG
5,300 
SINGAPORE
5,100
KUALA LUMPUR
3,400
MANILA
3,800
JAKARTA
6,300
HO CHI MINH CITY
2,600
HANOI
3,800
YANGON
4,290
PHNOM PENH
3,300
SHANGHAI
9,500
BEIJING
11,500
TOKYO
9,000
FUKUOKA
9,000
NAGOYA
9,000
OSAKA
12,000
MUMBAI
3,700
DUBAI
13,500
NEW YORK
16,500
SAN FRANCISCO
23,500
LOS ANGELES
23,500
SEATTLE
17,500
VANCOUVER
19,400
TORONTO
35,500
LONDON
15,500
MANCHESTER
16,000
FRANKFURT
15,500
MUNICH
16,000
PARIS
16,000
ZURICH
16,000
COPENHAGEN
16,000
MADRID
18,000
ROME
15,500
STOCKHOLM
18,000
GENEVA
16,500
SYDNEY
14,800
MELBOURNE
14,300
BRISBANE
15,000
PERTH
12,700
AUCKLAND
20,900
Note: prices is excluded taxs and fuel surcharge, please check 02-6531504-5 contact K.Mud, K.bee
  โรงแรมที่พักทัวร์โลก
LOTTE HOTEL-MAIN WING
1 SOGONG-DONG JUNG-GU SEOUL
(9,600 B)
KOREANA HOTEL
In a city, # 61-1 Taepyong-ro Jung-gu Seoul, South Korea
(5,780 B)
LAMIR HOTEL
In a city, 662-7 YEOKSAM-DONG, GANGNAM-GU, SEOUL
(3,250 B)
IBIS AMBASSADOR MYEONGDONG
In a city, 59-5 MYEONG-DONG, 1GA SEOUL KR
(6,150 B)
YOIDO TOURIST HOTEL
In a city, #10-3, YEOUIDO-DONG YEONGDEUNGPO-GU SEOUL
(2,840 B)
tourchallenger
Information >อาหารเกาหลี    
   
           
ข้อมูลทั่วไป วางแผนเที่ยว วัฒนธรรม อาหารเกาหลี ช้อปปิ้ง งาน/เทศกาล
-ข้อมูลเกาหลีโดยย่อ
-วันหยุด/เทศกาล
-ข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว
-พาสปอร์ต และ วีซ่า
-กรุงโซล
-การเดินทาง
-ที่พัก
-วัฒนธรรมเกาหลี
-ภาษาเกาหลี
-ศาสนาและความเชื่อ
-รู้จักอาหารเกาหลี
-กิมจิ/เทศกาล
-เมนูจานโปรด
-สินค้าแนะนำ
-ที่ช้อปปิ้งในโซล
-ที่ช้อปปิ้งอื่นๆ
-งานประเพณี
-งานนิทรรศการ
-สถานที่จัดงาน
 

กิมจิ & เทศกาล ::

ประวัติของอาหารกิมจิ
 
กำเนินการใช้พริกเผ็ดป่น

         แรกทีเดียว กิมจิเป็นผักดองเค็มดีๆนี่เอง แต่ในระหว่างศตวรรษที่ 12 ได้มีการทำกิมจิในรูปแบบใหม่ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส และในศตวรรษที่ 18 พริกเผ็ดป่นก็ได้มาเป็นส่วนผสมที่สำคัญของกิมจิในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องขอขอบคุณการนำเอากะหล่ำปลีเข้ามาในศตวรรษที่ 19 มาทำเป็นกิมจิซึ่งเป็นที่ทราบกันดีในปัจจุบันนี้

ที่มาของชื่อกิมจิ
         เป็นที่น่าสงสัยกันมาตลอดว่าชื่อกิมจินี้คงมาจากคำว่าชิมเช (Shimchae) (ผักดองเค็ม) แต่ด้วยสำเนียงที่เปลี่ยนไป ก็จะกลายเป็น: ชิมเช - คิมเช - กิมเช - กิมจิ

ทำไมกิมจิถึงได้มีการพัฒนาในประเทศเกาหลี 
ในโลกนี้มีอาหารประเภทผักหมักดองไม่กี่ชนิด เหตุผลเป็นไปได้ว่ากิมจิได้รับการพัฒนาเป็น อาหารหมักขึ้นชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเกาหลีมีดังนี้: 

1) ผักต่างๆเป็นที่นิยมของคนโบราณในประเทศเกาหลี การผลิตที่สำคัญคือการเกษตรกรรม 
2) ชาวเกาหลีมีวิธีการที่น่าทึ่งในการหมักปลาเพื่อใช้เป็นเครื่องปรุงรส 
3) กะหล่ำปลี (Brassica) ซึ่งเหมาะในการทำกิมจิมีปลูกอยู่ทั่วไป 

         มีการบอกเล่ากันมาว่าการพัฒนากิมจิมีรากฐานมาจากสมัยนิยมการถือ ครอบครองที่ดินสำหรับ พระซึ่งเริ่มมีมาก่อน สมัยของสามอาณาจักรบนคาบ สมุทรเกาหลี เนื่องจากฤดูหนาวอันหนาวเหน็บนั้น ผู้คนในสมัยนั้นจำ ต้องรู้วิธีการถนอมอาหารประเภทผักเพื่อเก็บรักษาไว้

กิมจิ
 
กิมจิในสมัยโบราณ
         เป็นการยากที่จะพิสูจน์ขบวนการการพัฒนากิมจิในสมัยโบราณเพราะการบันทึกทางประวัติศาสตร์ในสมัยนั้นแทบจะไม่มีเลย เราเพียงแต่สันนิษฐานเอาว่าใช้วิธีการนำผักมาดองเกลือเพื่อที่จะเก็บรักษาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เท่านั้น
 
กิมจิในสมัยอาณาจักรโคเรียว
         แม้จะไม่มีการบันทึกแน่ชัดลงไปว่ามีการพบกิมจิในสมัยก่อน กะหล่ำปลีได้ถูกกล่าวถึงในตำรายารักษาโรคทางภาคตะวันออกเรียกว่า ฮันยักกูกึบบัง (Hanyakgugeupbang) มีกิมจิสองชนิดคือ กิมจิ-จางอาจิ (Kimchi-jangajji) (หัวไชเท้าฝานเป็นแผ่นดองด้วยซอสถั่วเหลือง) และ ซุมมู โซกึมชอลรี (Summu Sogeumjeori - หัวไชโป๊) สมัยนี้กิมจิเริ่มได้รับความสนใจว่าเป็นอาหารแปรรูปที่ชื่นชอบโดยไม่คำนึงถึงฤดูกาลและการเก็บรักษาในฤดูหนาว สงสัยกันว่าการพัฒนาให้มีรสชาติในสมัยนั้นคือการทำกิมจิให้มีรสจัดจ้าน
 
กิมจิในสมัยโชซอน
         หลังจากที่ได้มีการนำผักจากต่างประเทศเข้ามา กะหล่ำปลีใช้เป็นผักหลักในการทำกิมจิโดยทั่วไป ต้นศตวรรษที่ 17 (หลังจากที่ถูกญี่ปุ่นรุกรานในปี ค.ศ. 1592) มีการนำเข้าพริกจากประเทศญี่ปุ่น หลังจากนั้นราว 200 ปี พริกได้ถูกใช้เป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งของกิมจิ ดังนั้นราวปลายสมัยโชซอนสีของกิมจิจึงกลายมาเป็นสีแดง
 
กิมจิในราชสำนักโชซอน
         ตามปกติมีกิมจิสามชนิดที่ได้ถูกนำขึ้นมาถวายต่อกษัตริย์ในราชวงศ์โชซอน ได้แก่กะหล่ำปลีล้วน ชอทกุกจิ (Jeotgukji) เป็นกิมจิที่ผสมด้วยปลาหมักจำนวนมาก กิมจิหัวไชเท้า หรือ คักดูกิ (kkakdugi) และกิมจิน้ำตำราอาหารของโชซอน คือ โชซอน มูซางซานชิก โยรีเจบ็อบ (Joseon massangsansik yorijebeop) อธิบายการทำ ชอทกุกจิดังนี้:
         1) ขั้นตอนแรกหั่นกะหล่ำปลีและหัวไชเท้าที่ล้างสะอาดแล้วเป็นชิ้นเล็กๆแล้วหมักเกลือ
         2) นำมาผสมกับพริกแดงสับ กระเทียม ดรอบวอท (มินาริ -minari) ใบมัสตาด และสาหร่ายทะเล
         3) ต้มปลาหมักแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
         4) ผสมน้ำปลาต้มกับเครื่องปรุงทั้งหมด
         5) นำไปหมักในหม้อแล้วปล่อยทิ้งไว้จนได้ที่
         แม้หัวไชเท้าและน้ำจะเป็นวัตถุหลักในการทำกิมจิน้ำ (dongchimi) ยังมีเครื่องปรุงหลายอย่างใช้ในการเพิ่มรสชาติสำหรับราชสำนักโชซอน หัวไชเท้าที่นำไปทำกิมจิน้ำจะต้องมีรูปทรงที่ดีและจะต้อง ล้างและหมักด้วยเกลือก่อนที่จะนำไปหมักในไหฝังดิน มีเกร็ดเล็กน้อยว่ากษัตริย์โกชอง (Gojong) กษัตริย์องค์รองสุดท้ายของโชซอน โปรดก๋วยเตี๋ยวเย็นผสมในกิมจิน้ำพร้อมด้วยน้ำซุปเนื้อเป็นอาหารมื้อค่ำในฤดูหนาว ดังนั้นจึงมีการทำกิมจิน้ำตำหรับพิเศษโดยมี ลูกแพร์เป็นส่วนผสมใช้ทำก๋วยเตี๋ยวเย็นโดยเฉพาะ
 
กิมจิสมัยใหม่

         มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์พบว่ากิมจิเป็นอาหารบำรุงอย่างดีและมีนักโภชนาการทั้งหลายยังได้แนะนำให้เป็นอาหารในอนาคต สำหรับการบริโภคทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นกิมจิจึงเป็นสินค้าส่งออกไปยังประเทศต่างๆที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ชาวเกาหลีที่เดินทาง เข้าประเทศจีน รัสเซีย และ เกาะฮาวาย และ ญี่ปุ่น เป็นคนแรกที่แนะนำกิมจิและรับประทาน กิมจิเป็นเครื่องเคียงและค่อยๆ เป็นที่นิยมขึ้นเรื่อยๆในหมู่ชาวต่างชาติ ด้วยประการฉะนี้จะพบกิมจิได้ในที่ที่มีชาวเกาหลีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกา และญี่ปุ่นซึ่งมีชาวเกาหลีมากมาย กิมจิบรรจุกล่องหาได้ง่าย แต่ก่อนการผลิต และการบริโภคกิมจิจะอยู่ในสังคมชาวเกาหลีเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นอาหารของโลกไปแล้ว

 
 
  บริษัท ฮานา เอเซีย (ไทยแลนด์) จำกัด